จงงดการถือศีลอด และไม่มีบาปแต่อย่างใด

จงงดการถือศีลอด และไม่มีบาปแต่อย่างใด

อัลลอฮฺได้ทรงยกความผิดบาปออกจากปวงบ่าวของพระองค์และทรงผ่อน
เบาให้แก่พวกเขาในหลายๆ
บทบัญญัติ เนื่องจากสถานการณ์และข้อผ่อนผันที่เกิดขึ้น
แก่พวกเขา

และจากสิ่งดังกล่าวนั้น
คือการถือศีลอดโดยที่พระองค์ได้ทรงยกบาปออกไป
จากผู้ที่รับประทานอาหารในตอนกลางวันของเดือนรอมฎอนเนื่องจากการหลงลืม

ท่านนบีอะลัยฮิสซอลาตุวัสสลามกล่าวว่า

منأكلناسيًاوهوصائمفليتمصومهفإنماأطعمهاللهوسقاه
.
ใครก็ตามที่กินโดยลืมในขณะที่เขาถือศีลอด
ก็ให้เขาถือศีลอดให้ครบ เพราะ
แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงให้อาหารและให้เครื่องดื่มแก่เขา

และบุคคลใดที่ไม่สามารถถือศีลอดได้เนื่องจากการเจ็บป่วย
ซึ่งไม่มีความหวัง
ที่จะหายหรือเกิดความยากลําบากเพราะความชราภาพและอื่นๆ
ให้ละศีลอดโดยมี
เงื่อนไขว่าเขาจะต้องเลี้ยงอาหารคนยากจนหนึ่งคนในแต่ละวันแทนการถือศีลอด
ทว่าจําเป็นสําหรับสตรีที่มีประจําเดือนและเลือดหลังคลอดบุตรที่จะต้องละศีลอด

และหากหญิงมีครรภ์หรือหญิงกําลังให้นมบุตรกลัวอันตรายต่อตัวเองหรือต่อ
ลูกของนา
ก็อนุญาตให้นางละศีลอดได้ เพื่อเป็นการแสดงความเมตตาสงสารต่อตัว
นางและลูกของนาง
อนุญาตให้เขาละศีลอดได้ ในทํานองเดียวกันผู้เดินทาง ที่
สามารถย่อละหมาดได้ โดยให้พวกเขาทั้งหมดนี้ทําการชดใช้หลังรอมฎอน

จงเก็บเกี่ยวความดีของรอมฎอน ด้วยการปฏิบัติซุนนะฮฺต่างๆ

จงเก็บเกี่ยวความดีของรอมฎอน ด้วยการปฏิบัติซุนนะฮฺต่างๆ

จงเก็บเกี่ยวความดีของรอมฎอน ด้วยการปฏิบัติซุนนะฮฺต่างๆ

. หากท่านต้องการที่จะได้รับผลบุญแห่งการถือศีลอดอย่างครบถ้วนและได้
สัมผัสถึงจิตวิญญาณของการถือศีลอด
ดังนั้นจงใช้ความพยายามในการปฏิบัติซุนนะห์
ต่างๆ
ของการถือศีลอด และส่วนหนึ่งจากสุนนะฮฺดังกล่าวนั้น ได้แก่
การรับประทานอาหารสะหูร ในช่วงสุดท้ายของกลางคืน แม้เพียง
ด้วยการดื่มน้ําก็ตาม
ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
((
สะฮูรเป็นอาหารที่มีความจําเริญ (บะร่อกะฮฺ) ดังนั้นพวกท่านอย่าได้ละ
เว้นมัน
แม้ว่าคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจะดื่มน้ําสักอึกหนึ่ง เพราะอัลลอฮฺจะ
ประทานความเมตตา
และมะลาอิกะฮฺของพระองค์จะขอพรให้แก่บรรดาผู้ทาน
อาหารสะฮูร
))
รีบเร่งในการละศีลอดเมื่อมีเสียงอาซาน โดยใช้อินทผาลัมสด หาก
ไม่มีก็ให้ใช้อินทผาลัมแห้ง
หากไม่มีก็ให้ทําการดื่มน้ําดังเช่นที่ปรากฏในหะดีษของ
ท่านนบี

และให้ทําการขอดุอาในขณะละศีลอดด้วยดูอาของท่านนบีบทนี้
ذهبالظمأوابتلتالعروقوثبتالأجرإنشاءالل

((
ซาฮาบัซซอมาอู วับตัลละติลอุรูก วะษะบะตัลอัจญรู อินชาอัลลอฮฺ))
การเลี้ยงอาหารละศีลอด ในหะดีษ ของท่านนบีได้กล่าวว่า

การเช็ดบนรองเท้าคุฟ(ร้องเท้าหุ้มส้น)

การเช็ดบนรองเท้าคุฟ(ร้องเท้าหุ้มส้น)

การเช็ดบนรองเท้าคุฟ(ร้องเท้าหุ้มส้น)

อัลลอฮฺนั้นไม่ทรงประสงค์เพื่อจะให้มีความลําบากใด แก่พวกเจ้า แต่
ทว่าทรงประสงค์ที่จะให้พวกเจ้าสะอาด
และเพื่อให้ความกรุณาเมตตาของ
พระองค์ครบถ้วนแก่พวกเจ้า
เพื่อว่าพวกเจ้าจักขอบคุณ
จากความเมตตาของอัลลอฮฺต่อปวงบ่าวของพระองค์
พระองค์ทรงผ่อนผัน
ให้แก่พวกเขาได้ทําการเช็ดลงบนรองเท้าหุ้มส้น
และบนถุงเท้า ในขณะอาบน้ํา
ละหมาด
แทนจากการล้างเท้าทั้งสองข้าง และดังกล่าวนั้นด้วยการเช็ดแค่เพียงครั้ง
เดียว
บนร้องเท้าด้านขวา ด้วยมือขวาและข้างซ้ายด้วยมือซ้าย โดยกางนิ้วมือออก
เริ่มจากปลายนิ้วเท้า
มาจนกระทั่งถึงต้นขา จะเริ่มเช็ดบนร้องเท้าทั้งสองพร้อมกัน
หรือเริ่มจากด้านขวาแล้วด้านซ้าย
ก็สามารถกระทําได้ สิ่งดังกล่าวนั้นเปิดกว้าง.
โดยมีเงื่อนไขว่า
รองเท้านั้นจะต้องสะอาดปราศจากสิ่งสกปรก และจะต้อง
ปกปิดเท้ามิดชิด
และจะต้องสวมใส่มันในสภาพที่เสร็จจากการอาบน้ําละหมาดโดย
สมบูรณ์

ะยะเวลาของการเช็ดที่ใช้ได้
คือ หนึ่งวันกับหนึ่งคืน สําหรับผู้อยู่ประจําถิ่น
และ
สามวันกับสามคืนสําหรับผู้เดินทาง โดยเริ่มนับจากการเริ่มต้นเช็ด หลังจากเสีย
น้ําละหมาด
..ดังนั้น เช่น หากคนหนึ่งได้ทําการอาบน้ําละหมาดเพื่อละหมาดฟะญัร

บทบัญญัติเกี่ยวกับเลือดสตรี

บทบัญญัติเกี่ยวกับเลือดสตรี

คําถามต่างๆ ที่สร้างความสับสน ซึ่งบรรดาสตรีต่างถามไถ่ ซ้ําแล้วซ้ําเล่า
เกี่ยวกับเลือดที่ตกออกจากตัวของนาง
ว่านางต้องทิ้งละหมาดเพราะเลือดดังกล่าว
หรือเพียงแค่ชําระล้างแล้วละหมาดได้เลย

จากเลือดดังกล่าวนั้นก็คือ

เฮด หรือ เลือดประจําเดือน ซึ่งเป็นเลือดตามธรรมชาติ ที่ออกมา
จากส่วนลึกของมดลูก
ในช่วงเวลาที่รับรู้กันได้ ซึ่งอัลลอฮฺได้สร้างมันเพื่อเป็นอาหาร
แก่เด็กในครรภ์
ดังนั้นเมื่อใดที่สตรีเห็นเลือดไหลออกมาจากมดลูกของนาง มันก็คือ
เลือดประจําเดือน
โดยที่ไม่ได้กําหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของมันด้วยอายุที่
เจาะจง และไม่มีขอบเขตระยะเวลาน้อยสุดและมากสุดของมัน
แต่ทว่าตามที่สตรี
เห็นการปรากฏของมันที่เป็นไปตามปกติ.

มันคือเลือดประจําเดือน
และตามปกติส่วนมากของมันนั้ น นางจะมี
ประจําเดือน
หก หรือเจ็ด วัน และจะรู้ ถึงความสะอาดหรือสิ้ นสุดจากเลือด
ประจําเดือนด้วยการปรากฏ
ตกขาว ซึ่งมันคือของเหลวสีขาว ที่จะออกมาหลัง
สิ้นสุดเลือดประจําเดือน และผู้ใดที่ตามปกติของนางไม่ปรากฏสิ่งดังกล่าว
ก็ให้ถือ
ว่าความสะอาดของนางก็คือการแห้งสนิทของเลือดนั่นเอง

และสําหรับผู้ที่มีประจําเดือนนั้น
นางต้องทิ้งการละหมาด และการถือศีล
อด
โดยให้นางจะต้องชดใช้การถือศีลอด แต่ไม่ต้องชดใช้การละหมาดที่ขาดไป
เลือดเสีย คือการไหลของเลือดในช่วงเวลาไม่ปกติ ด้วยสาเหตุควา
ป่วยไข้
และผิดปกติของเส้นเลือดที่อยู่ส่วนต่ําสุดของมดลูก และเราสามารถจําแนก
เลือดประจําเดือนจากเลือดเสีย
คือเลือดประจําเดือนจะมีสีดํา เหนียวหยาบ มีกลิ่น
เหม็น
และไม่จับตัวแข็งเมื่อออกมา ส่วนเลือดเสียจะมีสีแดง ละเอียดไม่มีกลิ่น และจะ
จับตัวแข็งเมื่อมันออกมา