Dejando hacer buenas obras por miedo a presumir
นี่คือฮิญาบ
นี่คือฮิญาบ
ทั้งยังเป็นการปกปักรักษาสังคม ไม่ให้ตกลงไปอยู่ใน ความวิบัติแห่งความเลวทราม
และราคะตัณหา.
ฮิญาบ นั้น อัลลอฮฺได้ทรงบัญญัติมันแก่สตรีมุสลิมะฮฺ และได้ทรงสั่งให้พวก
นางยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ต่อหน้า ผู้ชายทุกคนที่แต่งงานกับนางได้ ถึงแม้ว่าจะ
เป็นญาติใกล้ชิดที่ไม่ใช่มะฮฺรอมก็ตาม และฮิญาบของสตรี คือสิ่งที่ปกปิดทุกส่วนของ
ร่างกาย โดยต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขต่างๆดังนี้.
❖ เนื้อผ้าจะต้องหนาโดยไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้มัน
❖ เสื้อผ้าจะต้องหลวมไม่รัดรูป จนเห็นทรวดทรง
❖ ผ้าคลุมฮิญาบต้องไม่มีการประดับประดาในตัวของมัน
❖ จะต้องไม่ใส่เครื่องหอม หรือน้ําหอม
❖ จะต้องไม่คล้ายกับเครื่องแต่งการของผู้ชาย
❖ จะต้องไม่คล้ายกับเครื่องแต่งกายของบรรดาผู้หญิงที่ปฏิเสธศรัทธา
เสื้อผ้านั้นต้องไม่เป็นเสื้อผ้าชุฮฺเราะห์ หมายถึง สวมใส่เพื่อการโอ้อวด เสื้อผ้า
ที่ราคาแพงเกินความจําเป็น และฟุ่มเฟือย.
และสิ่งที่นอกเหนือจากนี้ ก็จะเข้าไปอยู่ในการอวดโฉมที่อัลลอฮฺ ตะอาลา
ทรงห้ามไว้
“และฮิญาบของสตรี คือสิ่งที่ปกปิดทุกส่วนของร่างกาย”
สิ่งที่ทำให้เสียน้ำละหมาด
สิ่งที่ทำให้เสียน้ำละหมาด
เขาจะไม่เสียหายเนื่องจากความสงสัย แต่ทว่าจําเป็นที่เขาจะต้องมั่นใจว่ามีหะดัษ
เกิดขึ้นก่อน ดังนั้นถ้าหากเขามั่นใจว่าเกิดหะดัษขึ้น ให้ก็เขายุติการละหมาดและทํา
การอาบน้ําละหมาดใหม่
❖ และสิ่งที่ทําให้เสียน้ําละหมาดนั้นมีดังต่อไปนี้
❖ มีสิ่งใดออกมาจากทวารทั้งสองไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะหรืออุจจาระ
หรือการผายลมหรืออื่นๆ
❖ มีการออกมาของปัสสาวะและอุจจาระจากทางอื่นที่ไม่ใช่ทางออก
ของมัน
❖ การสูญเสียสติปัญญาไม่ว่าจะสูญเสียทั้งหมด อย่างเช่น การเป็นบ้า
หรือการถูกครอบงํา ทําให้มันสูญหายไปในช่วงระยะเวลาที่เจาะจง
เช่นการนอนหลับ การเป็นลมหมดสติ การมึนเมา และอื่นๆ
และการนอนที่ทําให้เสียน้ําละหมาดนั้น คือหากเขานั้นหลับสนิทจนกระทั่ง
ไม่มีความรู้สึกรับรู้ใดๆ ดังนั้นใครก็ตามที่นอนหลับสนิทในมัสยิด หรือในสถานที่อื่นๆ
จําเป็นที่เขาจะต้องอาบน้ําละหมาดใหม่ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพที่ยืนหรือนั่งหรือนอน
ตะแคงก็ตาม ส่วนผู้ที่หลับไม่สนิท อย่างเช่นการรู้สึกง่วงนอนซึ่งไม่ได้ทําให้
ความรู้สึกรับรู้หายไปนั้น อย่างนี้ไม่จําเป็นจะต้องอาบน้ําละหมาดใหม่แต่อย่างใด
เนื่องจากมีรายงานในเรื่องดังกล่าวจากหะดีษที่ถูกต้อง มาจากท่านนบีศ็อลลัลลอ
ฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่บ่งชี้ถึงรายละเอียดที่ได้กล่าวไป
เวลาของการละหมาดต่างๆ
เวลาของการละหมาดต่างๆ
ปวงบ่าวของพระองค์ และได้ทรงกําหนดให้ทุกๆเวลานั้น มีเวลาที่จํากัดเจาะจง
ดังนั้นไม่อนุญาตที่จะละหมาดใดก็ตาม ก่อนที่จะเข้าเวลาของมัน
อัลลอฮฺผู้ รงท สูงส่งทรงตรัสว่า
غمىإِن َّ ٱلصَّ لَوٰة َ كَانَت ۡ عَلَى ٱلۡمُؤۡمِنِين َ كِتَ ٰبٗا مَّوۡقُوتٗا٣٠١غميسجحالنِسَ اء:تحمتجمتحجسحج
((แท้จริงการละหมาดนั้นเป็นบัญญัติที่ถูกกําหนดเวลา ไว้แก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย))
ดังนั้นไม่อนุญาตให้ทําการละหมาดเวลาหนึ่งเวลาใดก่อนที่จะเข้าเวลาของ
มัน
๑. ละหมาดดุฮรี่ จะเริ่มเวลาของมันหลังจากดวงอาทิตย์คล้อยจากกลาง
ท้องฟ้า ไปยังทิศตะวันตกและเรื่อยไปจนกระทั่งเงาของสิ่งหนึ่งสิ่งใดเท่ากับวัตถุนั้นๆ
และส่งเสริมให้รีบเร่งทําการละหมาดในตอนต้นของเวลายกเว้นมีอากาศร้อนจัด จึง
ส่งเสริมให้ล่าช้าออกไปจนกระทั่งเวลาที่ร้อนจัดได้สิ้นสุดลง ท่านรอซูลุลลอฮฺ ได้
กล่าวว่าเมื่ออากาศร้อนจัดดังนั้นจงทําให้มันเย็นลงด้วยการละหมาดเพราะแท้จริง
ความร้อนจากนั้นมาจากความร้อนของนรกญะฮันนัม
๒.และละหมาดอัศรี่คือละหมาดที่อยู่กึ่งกลาง ซึ่งอัลละฮฺตะอาลาได้กล่าวถึง
ในคําดํารัสของพระองค์ ความว่า
غمىََّ ِ قَ ٰنِتِين ِ لِلّ ْ حَ ٰفِظُ وا ْ عَلَى ٱلصَّ لَوَ ٰت ِ وَٱلصَّ لَوٰة ِ ٱلۡوُسۡ طَ ى ٰ وَقُومُوا٨٣٢غميِسجحالبَقَرَة:جمحتحمتحجسحج
((พวกเจ้าจงรักษาบรรดาละหมาดไว้ และละหมาดที่อยู่กึ่งกลาง และจงยืน
ละหมาดเพื่ออัลลอฮ์โดยนอบน้อม))
สิ่งที่ทำให้เสียศีลอด
สิ่งที่ทำให้เสียศีลอด
การถือศีลอดคือการทําอิบาดะฮฺเพื่ออัลลอฮฺด้วยการงดเว้นจากอาหาร
เครื่องดื่มและการมีเพศสัมพันธ์ โดยเริ่มจากปรากฏแสงอรุณแท้ขึ้น จนกระทั่งดวง
อาทิตย์ตกดิน และจําเป็นสําหรับมุสลิมที่จะต้องระวังรักษาการถือศีลอดของเขาจาก
สิ่งที่ทําให้เสียศีลอดดังนี้
❖ การกินการดื่มและสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกัน จากสิ่งที่ทําให้เกิดสารอาหารแก่
ร่างกาย และการให้น้ําเกลือ
❖ การเจาะเลือดและถ่ายเลือด
❖ การมีเพศสัมพันธ์ การหลั่งน้ําอสุจิ โดยวิธีการเล้าโลมหรือการช่วยตัวเอง
เป็นต้น
ส่วนการฝันเปียกนั้น ไม่เป็นสิ่งที่ทําให้เสียศีลอดโดยมติเอกฉันท์ของ
นักวิชาการและเช่นกัน การหลังของมะซีหรือน้ํากาม ตามทัศนะที่ถูกต้อง
❖ การเจตนาทําให้อาเจียน ส่วนหากอาเจียนออกมาเอง ถือว่าการถือศีลอด
ยังใช้ได้
โดยอาศัยคําพูดของท่านนบี ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า
“ منذرعهالقيءفلاقضاءعليهومناستقاءعمدافليقض “
((“ผู้ใดที่อาเจียนออกมาโดยไม่ได้เจตนานั้นไม่มีการชดสําหรับเขา และผู้ใดที่
เจตนาทําให้อาเจียน เขาก็จงชดเสีย ))
เราจะกล่าวสิ่งใด หลังเสร็จจากการละหมาดฟัรฎู
เราจะกล่าวสิ่งใด หลังเสร็จจากการละหมาดฟัรฎู
เราจะกล่าวสิ่งใด หลังเสร็จจากการละหมาดฟัรฎู ?
ให้กล่าว أستغفرالله ((อัสตัฆฟิรุลลอฮฺ)) สามครั้ง
اللهم أنت السلام ومنك السلام تباركت ياذاالجلال والإكرام
((อัลลอฮฮุมมา อันตัสสลาม วะมิงกัสสลาม ตะบาร็อกตา ยาซัลญะลาลิวัลอิก
รอม))
กล่าว سبحانالله ((ซุบฮานัลลอฮฺ)) ๓๓ ครั้ง
กล่าว الحمدلله ((อัลฮัมดุลิลลาฮฺ)) ๓๓ ครั้ง
กล่าว اللهأكبر ((อัลลอฮุอักบัร)) ๓๓ ครั้ง
และกล่าวว่า .
لا إله الا الله وحده لاشريك له.له الملك وله الحمد وهو على كل شيء
قدير
((ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะห์ดาฮู ลา ชะรีกะละฮฺ ละฮุลมุลกู วะละฮุลฮัมดู วะฮู
วะอะลา กุลลิชัยอิน กอดีร))
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
การทำตะยัมมุม
การทำตะยัมมุม
กับที่?
ตะยัมมุม คือการลูบใบหน้าและมือทั้งสองด้วยดินที่สะอาด ทดแทนจากการ
อาบน้ําละหมาดหรือการอาบน้ําชําระ และจะกระทําเช่นนั้นได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีน้ํา
หรือไม่มีความสามารถที่จะใช้น้ําได้แม้ว่าจะมีก็ตาม
คําว่าดิน หมายถึงหน้าดิน จะเป็นดินฝุ่นหรืออื่นจากมันก็ได้
อนุญาตให้ทําตะยัมมุม สําหรับผู้ป่วยที่มั่นใจว่าจะมีความเสียหายหรือ
ความป่วยเพิ่มความรุนแรงขึ้นหรือจะทําให้หายช้าลง หากใช้น้ํา และเราจะรู้ได้ก็ด้วย
ความเคยชิน หรือด้วยการแนะนําของแพทย์มุสลิมที่มีความเชี่ยวชาญและมีความ
ซื่อตรง และผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวและไม่มีผู้ให้ความช่วยเหลือในการขยับ
ตัว ก็ให้ทําการตะยัมมุม เหมือนกรณีไม่มีน้ําแล้วไม่ต้องอาบน้ําละหมาดใหม่
เช่นกัน สําหรับผู้ที่กลัวจะเกิดอันตราย หรือทําให้ป่วย หรือทําให้อาการ
ป่วยหนักขึ้นหากใช้น้ํา ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น และไม่มีอุปกรณ์ทําน้ําร้อน
นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้ผู้ที่คิดว่า เขาจําเป็นต้องใช้น้ําที่มีอยู่ในอนาคต
จากความกระหายของผู้อื่น หรือสัตว์ที่มีเกียรติตามบัญญัติศาสนา ซึ่งเป็นความ
กระหายที่อาจนําไปสู่ความตายหรืออันตรายขั้นรุนแรงได้ และอนุญาตให้ทําการ
ตะยัมมุมได้ทั้งในภาวะเดินทางและอยู่กับที่
วิธีการทําตะยัมมุมมีดังนี้
ใช้มือตีลงไปบนดินฝุ่นหนึ่งครั้งสําหรับการลูบใบหน้าและมือทั้งสองข้าง ทั้งนี้
จากคํากล่าวของท่านนบีมุฮัมมัด ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมที่ว่า (( เป็นการ
จงงดการถือศีลอด และไม่มีบาปแต่อย่างใด
เบาให้แก่พวกเขาในหลายๆ บทบัญญัติ เนื่องจากสถานการณ์และข้อผ่อนผันที่เกิดขึ้น
แก่พวกเขา
และจากสิ่งดังกล่าวนั้น คือการถือศีลอดโดยที่พระองค์ได้ทรงยกบาปออกไป
จากผู้ที่รับประทานอาหารในตอนกลางวันของเดือนรอมฎอนเนื่องจากการหลงลืม
ท่านนบีอะลัยฮิสซอลาตุวัสสลามกล่าวว่า
منأكلناسيًاوهوصائمفليتمصومهفإنماأطعمهاللهوسقاه .
ใครก็ตามที่กินโดยลืมในขณะที่เขาถือศีลอด ก็ให้เขาถือศีลอดให้ครบ เพราะ
แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงให้อาหารและให้เครื่องดื่มแก่เขา
และบุคคลใดที่ไม่สามารถถือศีลอดได้เนื่องจากการเจ็บป่วย ซึ่งไม่มีความหวัง
ที่จะหายหรือเกิดความยากลําบากเพราะความชราภาพและอื่นๆ ให้ละศีลอดโดยมี
เงื่อนไขว่าเขาจะต้องเลี้ยงอาหารคนยากจนหนึ่งคนในแต่ละวันแทนการถือศีลอด
ทว่าจําเป็นสําหรับสตรีที่มีประจําเดือนและเลือดหลังคลอดบุตรที่จะต้องละศีลอด
และหากหญิงมีครรภ์หรือหญิงกําลังให้นมบุตรกลัวอันตรายต่อตัวเองหรือต่อ
ลูกของนาง ก็อนุญาตให้นางละศีลอดได้ เพื่อเป็นการแสดงความเมตตาสงสารต่อตัว
นางและลูกของนาง อนุญาตให้เขาละศีลอดได้ ในทํานองเดียวกันผู้เดินทาง ที่
สามารถย่อละหมาดได้ โดยให้พวกเขาทั้งหมดนี้ทําการชดใช้หลังรอมฎอน
จงเก็บเกี่ยวความดีของรอมฎอน ด้วยการปฏิบัติซุนนะฮฺต่างๆ
จงเก็บเกี่ยวความดีของรอมฎอน ด้วยการปฏิบัติซุนนะฮฺต่างๆ
สัมผัสถึงจิตวิญญาณของการถือศีลอด ดังนั้นจงใช้ความพยายามในการปฏิบัติซุนนะห์
ต่างๆ ของการถือศีลอด และส่วนหนึ่งจากสุนนะฮฺดังกล่าวนั้น ได้แก่
• การรับประทานอาหารสะหูร ในช่วงสุดท้ายของกลางคืน แม้เพียง
ด้วยการดื่มน้ําก็ตาม ท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
((สะฮูรเป็นอาหารที่มีความจําเริญ (บะร่อกะฮฺ) ดังนั้นพวกท่านอย่าได้ละ
เว้นมัน แม้ว่าคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านจะดื่มน้ําสักอึกหนึ่ง เพราะอัลลอฮฺจะ
ประทานความเมตตา และมะลาอิกะฮฺของพระองค์จะขอพรให้แก่บรรดาผู้ทาน
อาหารสะฮูร))
• รีบเร่งในการละศีลอดเมื่อมีเสียงอาซาน โดยใช้อินทผาลัมสด หาก
ไม่มีก็ให้ใช้อินทผาลัมแห้ง หากไม่มีก็ให้ทําการดื่มน้ําดังเช่นที่ปรากฏในหะดีษของ
ท่านนบี
• และให้ทําการขอดุอาในขณะละศีลอดด้วยดูอาของท่านนบีบทนี้
ذهبالظمأوابتلتالعروقوثبتالأجرإنشاءالل
((ซาฮาบัซซอมาอู วับตัลละติลอุรูก วะษะบะตัลอัจญรู อินชาอัลลอฮฺ))
• การเลี้ยงอาหารละศีลอด ในหะดีษ ของท่านนบีได้กล่าวว่า
การเช็ดบนรองเท้าคุฟ(ร้องเท้าหุ้มส้น)
การเช็ดบนรองเท้าคุฟ(ร้องเท้าหุ้มส้น)
ทว่าทรงประสงค์ที่จะให้พวกเจ้าสะอาด และเพื่อให้ความกรุณาเมตตาของ
พระองค์ครบถ้วนแก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจักขอบคุณ
จากความเมตตาของอัลลอฮฺต่อปวงบ่าวของพระองค์ พระองค์ทรงผ่อนผัน
ให้แก่พวกเขาได้ทําการเช็ดลงบนรองเท้าหุ้มส้น และบนถุงเท้า ในขณะอาบน้ํา
ละหมาด แทนจากการล้างเท้าทั้งสองข้าง และดังกล่าวนั้นด้วยการเช็ดแค่เพียงครั้ง
เดียว บนร้องเท้าด้านขวา ด้วยมือขวาและข้างซ้ายด้วยมือซ้าย โดยกางนิ้วมือออก
เริ่มจากปลายนิ้วเท้า มาจนกระทั่งถึงต้นขา จะเริ่มเช็ดบนร้องเท้าทั้งสองพร้อมกัน
หรือเริ่มจากด้านขวาแล้วด้านซ้าย ก็สามารถกระทําได้ สิ่งดังกล่าวนั้นเปิดกว้าง.
โดยมีเงื่อนไขว่า รองเท้านั้นจะต้องสะอาดปราศจากสิ่งสกปรก และจะต้อง
ปกปิดเท้ามิดชิด และจะต้องสวมใส่มันในสภาพที่เสร็จจากการอาบน้ําละหมาดโดย
สมบูรณ์
ระยะเวลาของการเช็ดที่ใช้ได้ คือ หนึ่งวันกับหนึ่งคืน สําหรับผู้อยู่ประจําถิ่น
และ สามวันกับสามคืนสําหรับผู้เดินทาง โดยเริ่มนับจากการเริ่มต้นเช็ด หลังจากเสีย
น้ําละหมาด ..ดังนั้น เช่น หากคนหนึ่งได้ทําการอาบน้ําละหมาดเพื่อละหมาดฟะญัร











